top of page

รถเข็นเด็ก…มีกี่ประเภท และแบบไหนที่เหมาะกับครอบครัวของคุณ

อัปเดตเมื่อ 28 นาทีที่ผ่านมา


รถเข็นเด็กไม่ใช่แค่ของใช้ชิ้นหนึ่ง แต่เป็นเพื่อนร่วมทางของพ่อแม่และลูกในหลายช่วงเวลาสำคัญ ตั้งแต่วันแรกที่ออกจากบ้าน จนถึงวันที่ลูกเริ่มเดิน วิ่ง และเรียนรู้โลกใบกว้างเลยค่ะด้วยไลฟ์สไตล์ของแต่ละครอบครัวที่แตกต่างกัน รถเข็นเด็กจึงถูกออกแบบมาให้มีหลายประเภท เพื่อรองรับการใช้งานที่ไม่เหมือนกัน ลองมาดูกันนะคะว่า รถเข็นแบบไหน “ใช่” สำหรับบ้านของคุณแม่ที่สุด



รถเข็นก้านร่ม (Umbrella Stroller)

ถ้าพูดถึงรถเข็นเด็ก หลายบ้านมักนึกถึง รถเข็นก้านร่ม เป็นอย่างแรกเลยใช่ไหมคะรถเข็นประเภทนี้ขึ้นชื่อเรื่องความ เบา คล่องตัว และใช้งานง่าย มาก ๆ เหมาะกับวันที่ต้องออกไปข้างนอกแบบไม่อยากพกของเยอะ พับเก็บง่าย ยกขึ้นรถสะดวก และไม่กินพื้นที่ค่ะ แต่รถเข็นก้านร่มส่วนใหญ่มัก ปรับเอนนอนราบ 180 องศาไม่ได้ จึงเหมาะกับเด็กที่นั่งได้เองแล้ว ประมาณ 6 เดือนขึ้นไป และมักถูกเลือกใช้เป็นรถเข็นสำรอง หรือสำหรับครอบครัวที่เดินทางบ่อย



รถเข็นเด็กแบบมาตรฐาน (Stroller หรือ Full-Size Stroller)

หากพูดถึงรถเข็นที่ใช้งานได้รอบด้านในชีวิตประจำวัน รถเข็นเด็กแบบมาตรฐาน คือคำตอบของหลายครอบครัวเลยค่ะ รถเข็นประเภทนี้มักถูกเลือกเป็นคันแรก เพราะให้ความรู้สึกมั่นคง แข็งแรง และปลอดภัย เบาะนั่งกว้าง ปรับเอนได้หลายระดับ มีหลังคากันแดด ตะกร้าใส่ของ และระบบความปลอดภัยที่ครบถ้วน เหมาะสำหรับการพาลูกไปเดินห้าง เดินเล่น หรือใช้งานต่อเนื่องในระยะยาว เรียกได้ว่าเป็นรถเข็นที่ เติบโตไปพร้อมลูก ได้ดีเลยค่ะ




รถเข็นสำหรับวิ่ง (Jogging Stroller)

สำหรับบ้านไหนที่พ่อแม่รักการออกกำลังกาย รถเข็นสำหรับวิ่ง (Jogging Stroller) คือการได้ใช้เวลากับลูกไปพร้อม ๆ กับดูแลสุขภาพค่ะ รถเข็นชนิดนี้มักมาพร้อมล้อขนาดใหญ่ แข็งแรง ส่วนใหญ่เป็นแบบ 3 ล้อ มีระบบกันสะเทือนดี เข็นได้มั่นคงแม้บนพื้นขรุขระ เหมาะทั้งการวิ่งและการเดินออกกำลังกายกลางแจ้ง แนะนำให้ใช้กับเด็กที่ คอแข็งแรงแล้ว โดยทั่วไปประมาณ 6–8 เดือนขึ้นไป เพื่อความปลอดภัยนะคะ



รถเข็นเด็กแบบตะกร้าหรือกระเช้า (Bassinet หรือ Pram)

ตัวเลือกยอดนิยมตั้งแต่แรกเกิด รถเข็นประเภทนี้สามารถปรับนอนราบได้ 180 องศา เหมาะสำหรับทารกแรกเกิด เพราะลูกนอนราบได้ปลอดภัย สามารถถอดคาร์ซีทหรือเบาะนอนได้ ทำให้สะดวกเวลาพักหรือเดินทาง แต่รถเข็นประเภทนี้มักใช้งานได้ช่วงสั้น ประมาณแรกเกิดถึง 5–6 เดือน หลังจากนั้นเมื่อลูกเริ่มนั่ง ก็อาจต้องเปลี่ยนรถเข็นใหม่ค่ะ



รถเข็นสำหรับสองพี่น้อง (Double Stroller)

และสำหรับครอบครัวที่มีลูกมากกว่าหนึ่งคนในเวลาใกล้เคียงกัน รถเข็นสำหรับสองพี่น้อง (Double Stroller) คือผู้ช่วยสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นลูกแฝด หรือพี่น้องวัยไล่เลี่ยกัน รถเข็นชนิดนี้มีให้เลือกทั้งแบบที่นั่งหน้า–หลัง หรือแบบนั่งเคียงข้าง บางรุ่นสามารถรองรับเด็กต่างวัยได้ด้วย ช่วยให้พ่อแม่พาลูกทั้งสองออกไปข้างนอกได้พร้อมกันอย่างสะดวก และช่วยลดความเหนื่อยในการดูแลได้เยอะเลยค่ะ

ท้ายที่สุดแล้ว รถเข็นเด็กที่ดีที่สุด ไม่จำเป็นต้องเป็นรุ่นที่แพงที่สุด แต่คือรุ่นที่เหมาะกับ ช่วงวัยของลูก ไลฟ์สไตล์ของครอบครัว และการใช้งานจริงในชีวิตประจำวันเมื่อเลือกได้ถูกต้อง รถเข็นจะไม่ใช่แค่ของใช้  แต่จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำดี ๆ ในทุกก้าวของการเติบโตของลูกเลยค่ะ 🩵


แล้วพ่อแม่มือใหม่ควรเริ่มจากแบบไหนดี?

สำหรับพ่อแม่มือใหม่ การเลือก “รถเข็นคันแรก” อาจดูเป็นเรื่องเล็ก แต่ในความเป็นจริง นี่คือหนึ่งในอุปกรณ์ที่จะอยู่กับคุณแทบทุกวัน แนวทางที่ดี คือการเริ่มจากรถเข็นที่ รองรับเด็กแรกเกิดได้อย่างแท้จริง รุ่นที่ปรับเอนนอนราบได้ 180 องศา ที่สามารถใช้งานร่วมกับคาร์ซีทได้ ใช้ร่วมกับคาร์ซีทได้ เพราะในช่วงเดือนแรก ๆ การนอนราบคือท่าที่ปลอดภัยและสบายที่สุดสำหรับลูกค่ะ


อีกสิ่งหนึ่งที่พ่อแม่มือใหม่มักเจอ คือวันที่ต้องทำทุกอย่างด้วย “มือเดียว” อุ้มลูก เข็นรถ หยิบของ เปิดประตูดังนั้น รถเข็นที่ พับ–กางง่าย ควบคุมคล่อง จะช่วยลดความเหนื่อยในวันที่ทั้งร่างกายและหัวใจล้าได้มากเลยค่ะ


แน่นอนว่า ความปลอดภัยต้องมาก่อนเสมอ รถเข็นที่ดีควรมีเข็มขัดนิรภัยแบบ 5 จุด โครงสร้างแข็งแรง มั่นคง เพราะความสบายใจของพ่อแม่เริ่มต้นจากการรู้ว่า ลูกปลอดภัยในทุกการเคลื่อนไหวค่ะ

สุดท้าย อย่าลืมมองไปข้างหน้าอีกนิด เลือกรถเข็นที่ใช้งานได้ในระยะยาวปรับตามการเติบโตของลูกได้เพื่อให้รถเข็นคันนี้ อยู่กับครอบครัวของคุณไปได้นาน ๆ ไม่ใช่แค่ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งนะคะ 🩵

Alfi อยากเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ ตอบโจทย์การใช้งาน และปลอดภัยสุดค่ะ🩵

© 2023-2026 Alfi. All rights reserved.

Tel : 02-385-7712
Hotline : 080-091-9955

line_logo_icon_145104.png

Follow Us

  • Facebook
  • Instagram
  • Youtube
  • TikTok
bottom of page